นักวิจัย มรภ.สุราษฎร์ธานี ใช้ GIS วิเคราะห์คุณภาพน้ำเสียครัวเรือนในบาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบจุดเสี่ยงปนเปื้อน เร่งแก้ไขแบบมีส่วนร่วม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดย ผศ.ดร.จิรวัฒน์ มาลา และคณะนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “การประเมินคุณภาพน้ำเสียครัวเรือนด้วยการบูรณาการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2569 ในพื้นที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นเครื่องมือหลัก ตั้งแต่การวางแผนเก็บข้อมูลภาคสนามร่วมกับชุมชนและ อสม. ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน วิเคราะห์คุณภาพน้ำตามพารามิเตอร์มาตรฐาน และจัดทำแผนที่แสดงจุดเสี่ยงมลพิษก่อนคืนข้อมูลสู่ชุมชนพร้อมอบรมการทำ EM Ball เพื่อบำบัดน้ำเสีย ผลศึกษาจาก 200 ครัวเรือน พบร้อยละ 69.0 ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ร้อยละ 58.0 ปล่อยน้ำเสียซึมลงดินโดยตรง และร้อยละ 96.0 เห็นว่าประชาชนมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหา ด้านคุณภาพน้ำพบจุดที่น่ากังวล ได้แก่ แบคทีเรียฟีคอลโคลิฟอร์มสูงถึง 1,500–1,600 MPN/100mL ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำสุดเพียง 2.01 mg/L และค่าแอมโมเนีย-ฟอสเฟตสูงในบางจุดบ่งชี้แนวโน้มภาวะยูโทรฟิเคชัน ขณะที่ผลประเมินความสุขมวลรวม (GVH) อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 67.5)สะท้อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน […]
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม “Go Green @ Bang Bai Mai”ส่งเสริมเยาวชนสู่การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วิถีชุมชนคาร์บอนต่ำ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว จัดโครงการการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กิจกรรม “Go Green @ Bang Bai Mai” ณ โรงเรียนวัดบางใบไม้ ตลาดน้ำประชารัฐ และสวนลุงสงค์ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กิจกรรมมุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้มีความรู้ด้านวิถีชุมชนคาร์บอนต่ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และทักษะการสื่อความหมายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ผ่านการอบรม การฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริง และการเรียนรู้จากปราชญ์ชุมชน โดยเยาวชนได้ศึกษาและถ่ายทอดคุณค่าของ ต้นจากซึ่งเป็นพืชสำคัญของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และ มะพร้าว ซึ่งเป็นทรัพยากรและภูมิปัญญาที่สะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนบางใบไม้ พร้อมร่วมออกแบบเส้นทางการเรียนรู้และสื่อสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรท้องถิ่น ผลการดำเนินงานก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่ ส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการเป็นผู้สื่อสารคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่น และสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาชุมชนบางใบไม้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
มรส. ขับเคลื่อนนวัตกรรมชุมชนต้นแบบบางใบไม้ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
สถาบันวิจัยและพัฒนามอบหมายให้ดร.พสุวดี จันทร์โกมุทและคณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “พัฒนาชุมชนนวัตกรรมต้นแบบเพื่อยกระดับศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรพื้นที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ภายใต้งบยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ข้ามวัยระหว่างปราชญ์ชุมชน เยาวชน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน โรงเรียนวัดบางใบไม้ และประชาชนร่วมให้ข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ การสำรวจภาคสนาม และการถอดบทเรียนภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว งานจักสานจากต้นจาก อาหารพื้นถิ่น ภูมิปัญญาการต่อเรือพื้นบ้าน และการอนุรักษ์ระบบนิเวศคลองร้อยสาย ผลจากการดำเนินงานจะนำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลชุมชนและการพัฒนานวัตกรรมชุมชนต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต
มรส. หนุนชุมชนบ้านห้วยลึกพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดย นางพรศุลี สุทธโส นางกิตติกร ไสยรินทร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์เบญญา จริยวิจิตร ดำเนินโครงการ “แนวทางการตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนอย่างยั่งยืน : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนเกษตรบ้านห้วยลึก ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี” เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทุนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผลการดำเนินงานพบว่า ชุมชนมีแนวทางการตลาดด้านการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ สมาชิกได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและการตลาดการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนได้รับการพัฒนาให้มีคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้โครงการจะประสบผลสำเร็จ แต่ยังพบข้อจำกัดด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาด งบประมาณ และการพัฒนาทักษะของสมาชิกในบางด้าน จึงได้เสนอแนวทางต่อยอดผ่านการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล การสร้างช่องทางการตลาดออนไลน์ การอบรมด้านการบริการ การเล่าเรื่องชุมชน (Storytelling) และการตลาดดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียง ควบคู่กับการจัดทำระบบติดตามและประเมินผลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเดินหน้าโครงการลดเสี่ยงสารเคมีเกษตรกรพบเกษตรกรกว่าครึ่งมีสารพิษตกค้างในเลือดระดับไม่ปลอดภัย
สุราษฎร์ธานี – คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เผยผลการดำเนินโครงการ”การพัฒนาเครือข่ายสุขภาวะชุมชนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมปลอดภัยในการใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดความเสี่ยงทางสุขภาพของเกษตรกรอย่างยั่งยืน” ในพื้นที่ตำบลคลองน้อย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย ดร.พูนศักดิ์ บุญยัง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ มาลาจากการสำรวจและตรวจคัดกรองเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 111 ราย พบข้อมูลที่น่าเป็นห่วงโดยเกษตรกรถึงร้อยละ 59.5 มีระดับเอนไซม์คลอรีนเอสเทอเรสในเลือดอยู่ในเกณฑ์ “ไม่ปลอดภัย” และอีกร้อยละ 36.0 อยู่ในระดับ “มีความเสี่ยง” ขณะที่ผลประเมินความเสี่ยงในการทำงานโดยรวมพบว่าร้อยละ 64.0 อยู่ในระดับปานกลาง และร้อยละ 21.6 อยู่ในระดับค่อนข้างสูง ทีมวิจัยจึงได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องชนิดของสารเคมีกลไกการเข้าสู่ร่างกาย ผลกระทบต่อสุขภาพ และวิธีป้องกันตนเองด้วยอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลพร้อมทั้งดึงภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมเรียนรู้สรรพคุณและวิธีใช้ “ว่านรางจืด” อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปเป็นน้ำสมุนไพรและชาชงว่านรางจืด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมสารเคมีในร่างกาย โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีและถือเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในการสร้างเครือข่ายสุขภาวะที่ยั่งยืนในระดับพื้นที่ต่อไป
มรภ.สุราษฎร์ธานี พลิกโฉมเศรษฐกิจ “เกาะพิทักษ์” ชูเทคโนโลยีและการตลาดสมัยใหม่ยกระดับสินค้าชุมชนสู่สากล
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน “โครงการการตลาดสมัยใหม่เพื่อพัฒนาการขายสินค้าชุมชน เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการนี้มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่ โดยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านการตลาด พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์และสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้า (Logo) ให้กับ4 ผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ปลาเค็มฝังทราย กะปิ ปลาหมึกแห้ง และผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาระบบสูญญากาศและกลิ่นคาว เพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียม นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบจองที่พักออนไลน์ยกระดับโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์และจัดตั้งทีมการตลาดดิจิทัลชุมชนเพื่อเปลี่ยนการตลาดแบบตั้งรับสู่เชิงรุก ผลสัมฤทธิ์ของโครงการช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในชุมชนกว่า 20 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจากการเข้าถึงตลาดใหม่ พร้อมสร้างแกนนำคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีเข้ามาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเกาะพิทักษ์ให้เติบโตอย่างมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป
มรส.ดึงภูมิปัญญาสวนมะพร้าวบางใบไม้ สู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยั่งยืน ชู “สวนลุงสงค์” โมเดลต้นแบบสร้างรายได้ชุมชน
สุราษฎร์ธานี – มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผสานพลังทีมนักวิจัยสหสาขาวิชา เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการวิจัย “การยกระดับภูมิปัญญาและสร้างมูลค่าเพิ่มของสวนมะพร้าวด้วยการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของตำบลบางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี” นำโดย อาจารย์วิชชุตา ให้เจริญ และ ดร.กนกวรรณ ศรีขวัญ จากวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว ร่วมกับ ดร.ธนนต์ ก่อเกียรติสกุล และอาจารย์ธนาวิทย์ รัตนเกียรติขจร จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านมะพร้าวพร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างชัดเจน โครงการนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมพัฒนาตั้งแต่น้ำต้นจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและสร้างความยั่งยืนให้กับท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในการดำเนินงาน ได้นำองค์ความรู้เรื่องมะพร้าวมาต่อยอดผ่าน “สวนลุงสงค์” ของ นายสมประสงค์ ศรีเทพ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบในการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวออกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องสำอาง เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น โลชั่นบำรุงผิว และแชมพู, กลุ่มอาหารและขนมจากมะพร้าว รวมถึงผลิตภัณฑ์กัวซาเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างลงตัว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ณ ศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนลุงสงค์ ควบคู่ไปกับการล่องเรือชมวิถีชุมชนคลองร้อยสายและอุโมงค์จากอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น […]
“ดนตรีสร้างสรรค์” ยกระดับอัตลักษณ์มะพร้าว บางใบไม้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ใครคือผู้ดำเนินการ ผศ.ฉลองชัย ทัศนโกวิท และ อาจารย์มาโนชญ์ ยกเชื้อ จากสาขาวิชาดนตรีสากล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมกับชุมชนตำบลบางใบไม้ (ชุมชนคลองร้อยสาย) อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำอะไรสร้างสรรค์บทเพลง “เสียงแห่งมะพร้าว” ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อแปลงอัตลักษณ์มะพร้าวและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นสื่อดิจิทัล (มิวสิควิดีโอ) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ที่ไหนตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยงบประมาณ 500,000 บาท เมื่อไหร่ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ทำไมเพื่อรักษา อนุรักษ์ และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น มะพร้าวซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน ให้ยังคงมีชีวิตและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ผ่านสื่อศิลปะดนตรีอย่างไร1) ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้าน (เช่น ความรู้เรื่อง “กัวซา” จากลุงสงค์)2) ศึกษาผลิตภัณฑ์มะพร้าวและวิถีชีวิตแบบ “สามน้ำ” (น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย)3) ประพันธ์บทเพลงจากข้อมูลเหล่านี้ด้วยศาสตร์ดนตรี4) ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยการมีส่วนร่วมของชาวบ้านทั้งชุมชน5) นำสื่อไปใช้ประกอบการตลาด […]
คณะนิติศาสตร์ มรภ.สุราษฎร์ธานี เปิดเวทีรับฟังปัญหาผลกระทบจากบ้านนกนางแอ่น มุ่งหาแนวทางพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำโดยอาจารย์ทศพร จินดาวรรณ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูภณัช รัตนชัย จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “ปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขยายตัวของบ้านนกนางแอ่น (นกอีแอ่น) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน โดยได้รับเกียรติจากนายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาอย่างกว้างขวาง การจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลและศึกษาผลกระทบจากการขยายตัวของบ้านนกนางแอ่นในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเสนอข้อคิดเห็นและซักถามประเด็นด้านกฎหมายต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์จะนำข้อมูลที่ได้รับไปศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ เพื่อสนับสนุนการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับพันธกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมของมหาวิทยาลัยต่อไป
สาขานวัตกรรมอาหารและโภชนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี “บาร์โปรตีนแมลงพลัด”ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมอาหารยั่งยืน
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สาขานวัตกรรมอาหารและโภชนาการ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พราวตา จันทโร ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “บาร์โปรตีนแมลงพลัด” ภายใต้โครงการ “โปรตีนแห่งอนาคต: การพัฒนาและแปรรูปแมลงพลัดสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารอย่างยั่งยืน” ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ Value Creation: การเพิ่มมูลค่าให้แมลงพลัดสู่ผลิตภัณฑ์บาร์โปรตีนที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้รักสุขภาพและผู้บริโภคยุคใหม่ Sustainability: การส่งเสริมแหล่งโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และCommunity Empowerment: การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนเพื่อการพึ่งพาตนเองและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน