สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนโครงการ “ห้องเรียนในชุมชน” โมเดลนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับการเรียนการสอน

สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนโครงการ “ห้องเรียนในชุมชน” โมเดลนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับการเรียนการสอน

SDG 4 การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality education)

SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and clean energy)

SDG 11 การพัฒนาเมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน (Sustainable cities and communities)

SDG 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible consumption and production)

SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the goals)

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส. ขับเคลื่อน “ห้องเรียนในชุมชน” ต้นแบบนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคมสู่การบรรลุเป้าหมาย SDGs

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนโครงการ “ห้องเรียนในชุมชน” โมเดลนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ การวิจัย และการบริการวิชาการเข้ากับกระบวนการ “วิศวกรสังคม (Social Engineer)” จนเกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการพัฒนาคนและชุมชน ซึ่งสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดที่ว่า การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงและร่วมแก้ไขปัญหาไปพร้อมกับชุมชน สาขาวิชาการพัฒนาชุมชนจึงพัฒนาโมเดล “ห้องเรียนในชุมชนและการวิจัย” โดยยึดหลักการเรียนรู้บนฐานชุมชน (Community-based Learning) ผสานการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Creative Learning) และการวิจัยชุมชน (Community Research) เพื่อให้นักศึกษาได้ร่วมค้นหาโจทย์ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบแนวทางแก้ไข ลงมือปฏิบัติ และถอดบทเรียนร่วมกับประชาชน อันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างทั้งองค์ความรู้และคุณค่าต่อสังคมไปพร้อมกัน

หัวใจสำคัญของโครงการคือการบูรณาการอัตลักษณ์ “วิศวกรสังคม” เข้ากับการจัดการเรียนการสอน ผ่านกิจกรรม “ห้องปฏิบัติการชุมชน” ที่เปลี่ยนพื้นที่ชนบทให้กลายเป็นห้องเรียนภาคสนาม นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง พัฒนาทักษะการสังเกต การคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล การประสานความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่นและปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจนร่วมสร้างนวัตกรรมกับชุมชนผ่านกระบวนการพัฒนา 3 ขั้นตอน ได้แก่ การคิดค้น การทดลอง และการนำไปใช้จริง จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อขยายผลการเรียนรู้สู่การพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 2,500,000 ตัว ลงสู่บึงขุนทะเล ณ ศูนย์การเรียนรู้บึงขุนทะเล เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง และสร้างฐานทรัพยากรสำหรับการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชนยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสาธารณะควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ผ่านโครงการ “จิตอาสาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการสร้างสรรค์งานวิจัยชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงห้วยทรายขาว โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทำงานจิตอาสา และการวิจัยชุมชน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน และจิตสำนึกในการพัฒนาท้องถิ่น อันเป็นการบ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตนักพัฒนาที่มีทั้งความรู้ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม

ผลลัพธ์ของโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการยกระดับการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยสอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ผ่านการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ส่งเสริมให้นักศึกษาและประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้

ในด้าน SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) และ SDG 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) โครงการได้ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว อาทิ แปลงเกษตรปลอดภัย การจัดการขยะโดยชุมชน การคัดแยกและเพิ่มมูลค่าขยะ ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำผ่านกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ซึ่งช่วยสร้างสมดุลในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ขณะเดียวกัน โครงการยังสะท้อนความสำเร็จของ SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) และ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย จนเกิดแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวโดยชุมชน เช่น พื้นที่เรียนรู้วิถีชุมชนริมน้ำ “โกงกางเล” ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการ “ห้องเรียนในชุมชน” โมเดลนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จึงเป็นต้นแบบของการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนอย่างแท้จริง สามารถบูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการเข้าด้วยกันผ่านกระบวนการวิศวกรสังคม จนก่อให้เกิดนวัตกรรมเพื่อชุมชน พัฒนาศักยภาพนักศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สามารถขยายผลและต่อยอดสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs ได้อย่างเป็นรูปธรรม