
โครงการ “การพัฒนานวัตกรรมสารสนเทศสู่การยอมรับระดับนานาชาติ” ด้วยการพัฒนา “LIS Digital Heritage Ecosystem Model” โมเดลการเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล
SDG 4 การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality education)
SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent work and economic growth)
SDG 11 การพัฒนาเมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน (Sustainable cities and communities)
SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the goals)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส. ยกระดับนวัตกรรมสารสนเทศสู่เวทีนานาชาติ ด้วยโมเดล “LIS Digital Heritage Ecosystem Model” ขับเคลื่อนการอนุรักษ์วัฒนธรรมดิจิทัลตามแนวทาง SDGs
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษ์ศาสตร์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “การพัฒนานวัตกรรมสารสนเทศสู่การยอมรับระดับนานาชาติ” ด้วยการพัฒนา “LIS Digital Heritage Ecosystem Model” โมเดลการเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จนเกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่สามารถยกระดับมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs)
จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยพัฒนาบทเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Thai MOOC จำนวน 5 รายวิชา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันสอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ที่มุ่งสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในยุคดิจิทัล
จากฐานความรู้ดังกล่าว สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษ์ศาสตร์ได้นำกระบวนการ “วิศวกรสังคม (Social Engineer)” ผสานกับแนวคิด การจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) เพื่อให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ค้นหาปัญหา รวบรวมข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรม และพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมสารสนเทศผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) ส่งผลให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม
จุดเด่นที่ทำให้โครงการได้รับการยอมรับในฐานะแนวปฏิบัติที่ดี คือการพัฒนานวัตกรรมห้องเรียนวิศวกรสังคมอย่างต่อเนื่องเป็น 3 ระยะ ภายใต้แนวคิด Digital Heritage Innovation เริ่มจาก Kanchanadit Archive ที่นักศึกษาลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอกาญจนดิษฐ์ เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการส่งเสริมผลงานนวัตกรรมเด่นระดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2567 ก่อนต่อยอดสู่ Thathong History Museum พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเมืองโบราณท่าทองให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกผ่านระบบออนไลน์ และพัฒนาสู่ Thathong Story แอปพลิเคชันสื่อนำเที่ยวและบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองท่าทอง ซึ่งได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เลขสิทธิบัตร 465030 สะท้อนถึงศักยภาพของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง
ความสำเร็จของโครงการได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ โดยเฉพาะ SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) ผ่านการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital & AI Literacy) ให้แก่นักศึกษา จนสามารถนำผลงานไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนานาชาติ ณ CWIE George Town – Adelaide ประเทศออสเตรเลีย และคว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และการจัดการดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2567
ในด้าน SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) โครงการสามารถอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ลดความเสี่ยงต่อการสูญหายขององค์ความรู้ พร้อมพัฒนาเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากในชุมชนมากกว่า 20 พื้นที่ ขณะเดียวกันยังสะท้อนความสำเร็จของ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายวิชาการนานาชาติ จนนำไปสู่การยกระดับงานวิจัยด้านมรดกวัฒนธรรมดิจิทัล โดยผลงาน “Framework for Phum Riang Silk Heritage” ซึ่งว่าด้วยการอนุรักษ์ผ้าไหมพุมเรียงด้วยระบบดิจิทัล ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติฐาน SCOPUS Q1 (Informations – MDPI) สะท้อนถึงมาตรฐานงานวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
โครงการ “การพัฒนานวัตกรรมสารสนเทศสู่การยอมรับระดับนานาชาติ” จึงเป็นตัวอย่างของการบูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการเข้ากับกระบวนการวิศวกรสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนให้กลายเป็นนวัตกรรมสารสนเทศที่สร้างคุณค่าทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น พร้อมยกระดับองค์ความรู้ไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม












