คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส. ยกระดับ “รัฐประศาสนศาสตร์เพื่อสังคม” สู่ต้นแบบ Best Practice ด้วยนวัตกรรมฝายกล่องเกเบี้ยน ต่อยอดกระบวนการวิศวกรสังคม ขับเคลื่อน SDGs ฟื้นฟูผืนป่า สร้างความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส. ยกระดับ “รัฐประศาสนศาสตร์เพื่อสังคม” สู่ต้นแบบ Best Practice ด้วยนวัตกรรมฝายกล่องเกเบี้ยน ต่อยอดกระบวนการวิศวกรสังคม ขับเคลื่อน SDGs ฟื้นฟูผืนป่า สร้างความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “รัฐประศาสนศาสตร์เพื่อสังคม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับการบริการวิชาการและการมีส่วนร่วมของชุมชน จนเกิดเป็น “นวัตกรรมฝายกล่องเกเบี้ยน (Gabion Box)” ต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์และขยายผลสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการลงพื้นที่ศึกษาสภาพป่าชุมชนบ้านทุ่งหรายและบ้านปากกลาง ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีพื้นที่ป่ากว่า 700 ไร่ แม้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ แต่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ฤดูแล้งยาวนานขึ้น แหล่งน้ำธรรมชาติลดลง และต้นไม้ขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำ ขณะที่ฝายชะลอน้ำแบบดั้งเดิมของชุมชนไม่สามารถรองรับกระแสน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายและไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศ จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ได้นำกระบวนการ “วิศวกรสังคม (Social Engineer)” มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง […]
นักวิจัย มรภ.สุราษฎร์ธานี พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ฝังโคนจากสมุนไพรและเปลือกทุเรียน ลดโรครากเน่า–โคนเน่า ยกระดับการผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกษร เมืองทิพย์ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์วิโรจน์ เชาว์วิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรพรหม พรหมเมศร์ อาจารย์ ดร.รัชฎาพร ไทยเกิด และอาจารย์ ดร.ณัฐกานต์ แน่พิมาย ดำเนินโครงการวิจัย “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ฝังโคนจากสมุนไพรและเปลือกทุเรียนสำหรับควบคุมโรครากเน่า–โคนเน่าในทุเรียน” เพื่อศึกษาสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดโรครากเน่า–โคนเน่า พัฒนาผลิตภัณฑ์ฝังโคนสำหรับใช้ในแปลงปลูกทุเรียน และเพิ่มมูลค่าเศษเหลือจากเปลือกทุเรียนให้เกิดประโยชน์ในภาคการเกษตร โดยผลการศึกษาพบว่าสารสกัดจากขมิ้นชันสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Phytophthora ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรครากเน่า–โคนเน่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ความเข้มข้น 5,000 ppm จากผลการวิจัยดังกล่าว คณะนักวิจัยได้นำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ฝังโคน ซึ่งมีส่วนประกอบของผงขมิ้นชัน ผงเปลือกทุเรียน ดินเหนียว ปูนพลาสเตอร์ และน้ำ ในอัตราส่วน 1:1:1:1:2 ปั้นเป็นก้อนสำหรับใช้บริเวณโคนต้นทุเรียน เพื่อช่วยควบคุมโรคและส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 คณะวิจัยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร ณ ไร่เอญ่าเบอร์รี่ หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะนำองค์ความรู้และนวัตกรรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันและควบคุมโรครากเน่า–โคนเน่าในสวนทุเรียน อันจะช่วยลดการใช้สารเคมี เพิ่มความปลอดภัย และสนับสนุนการผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืน
วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว ร่วมเวทีวิชาการระดับชาติ CALH 2026 พร้อมส่งนักศึกษาแข่งขันตอบปัญหาระดับชาติ
CALH 2026 National Conference วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว ร่วมเวทีวิชาการระดับชาติ CALH 2026 พร้อมส่งนักศึกษาแข่งขันตอบปัญหาระดับชาติ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบิน โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมเสริมประสบการณ์นอกห้องเรียนให้นักศึกษาบนเวทีระดับชาติ วันที่จัดกิจกรรม 12–14 มิถุนายน 2569 สถานที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หัวข้อหลัก Green Aviation & Responsible Tourism ร่วมเวทีวิชาการระดับชาติด้านการบิน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติด้านการบิน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 หรือ CALH 2026 ภายใต้หัวข้อ “พลังขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่ สู่อนาคตการบินและโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” จัดโดยวิชาเอกการจัดการธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12–14 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ […]
นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม “Let’s Go Green @ Bang Bai Mai” ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้ทรัพยากรสีเขียวในชุมชน
Green Learning & Community Engagement นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม “Let’s Go Green @ Bang Bai Mai” ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้ทรัพยากรสีเขียวในชุมชน เรียนรู้คุณค่าต้นจาก มะพร้าว และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “Let’s Go Green @ Bang Bai Mai” ณ ตลาดน้ำประชารัฐ และสวนลุงสงค์ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรณรงค์แนวคิดด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนในชุมชนและนอกชุมชน กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้จากทรัพยากรในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เพื่อให้เยาวชนได้เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติใกล้ตัว และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษากับบทบาทนักสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อชุมชน ในการดำเนินกิจกรรม นักศึกษาได้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้คิด ผู้สื่อสาร ผู้ประสานงาน และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำทุนทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเยาวชน “นักคิด” ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จากทรัพยากรในชุมชนให้เหมาะสมกับเยาวชน “นักสื่อสาร” ถ่ายทอดเรื่องราวต้นจากและมะพร้าวให้เยาวชนเข้าใจง่าย สนุกสนาน และน่าสนใจ […]
ทีมวิจัย มรภ.สุราษฎร์ธานี จัดนิทรรศการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากสวนทุเรียน ถ่ายทอดนวัตกรรมสู่ชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 25–26 พฤษภาคม 2569 ทีมวิจัยนำโดย ดร.นรานันท์ ขำมณี พร้อมด้วยอาจารย์ณัฐปภัสร์ บุญดำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อยับ อาซัดคาน และอาจารย์ปานเผด็จ นวนหนู จัดนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง “การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากสวนทุเรียนจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 40 คน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคุณทัพชนะ มะลิเผือก นายกเทศมนตรีตำบลขุนทะเล บรรยายพิเศษเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ภายในงานมีการจัดแสดงโปสเตอร์วิชาการ การสาธิตกระบวนการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากสวนทุเรียน ตลอดจนการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการสร้างผลิตภัณฑ์เซรามิกจากวัสดุเหลือใช้ในชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งทางการเกษตรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ คณะวิจัยยังได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการบูรณาการเครื่องมือวิศวกรสังคม เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และยกระดับศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
มรภ.สุราษฎร์ธานี ศึกษาองค์ประกอบมูลฝอยชุมชนและศักยภาพการจัดการในพื้นที่ในบางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่แผนจัดการขยะอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.ภควดี รักษ์ทอง และคณะผู้วิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดำเนินงานโครงการยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เรื่อง “การศึกษาศักยภาพและการจัดการมูลฝอยชุมชนแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ชุมชนในบาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ณม.1 ต.บางใบไม้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสำรวจองค์ประกอบขยะมูลฝอยชุมชนและศึกษาศักยภาพชุมชนในการจัดการขยะมูลฝอยและร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่การจัดการที่ยั่งยืน ผลวิจัยพบว่าขยะส่วนใหญ่เป็นขยะทั่วไป (48.75%) ขยะอินทรีย์ (37.50%) ขยะอันตราย (12.5%) และขยะรีไซเคิล (1.25%) มีประเด็นที่น่าชื่นชมประชาชนมีพฤติกรรมคัดแยกขยะรีไซเคิลสูงถึง 91.3% และมีความรู้ระดับสูง แต่ภาพรวมพฤติกรรมการจัดการขยะ ทัศนคติ และการสนับสนุนจากภาครัฐยังอยู่ในระดับปานกลาง การจัดการขยะในพื้นที่มีประเด็นที่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้โดยเฉพาะการแก้ไขทัศนคติของประชาชนที่มองว่าการทิ้งขยะทั่วไป หน้ากากอนามัย และขยะอันตรายมีความยุ่งยาก รวมถึงการขาดกลไกยกย่องผู้ปฏิบัติดี คณะผู้วิจัยจึงนำข้อมูลนี้มาร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 แนวทางที่ทำได้จริง คือ 1) ปรับวิธีจัดการขยะอันตราย หน้ากากอนามัย และขยะทั่วไปให้เข้าใจง่ายและปฏิบัติได้ 2) ต่อยอดธนาคารขยะสู่การจัดการขยะอินทรีย์และขยะเกษตรสร้างรายได้ และ 3) สร้างมาตรการยกย่องครัวเรือนต้นแบบ เพื่อส่งมอบให้ชุมชนใช้ขับเคลื่อนแผนจัดการขยะมูลฝอยชุมชนอย่างยั่งยืน
พลิกโฉมบางใบไม้ ดึงระบบโลจิสติกส์จัดการเศษเหลือทางการเกษตร สู่โมเดลชุมชนยั่งยืน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ขับเคลื่อนโครงการยุทธศาสตร์ 69 เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานราก ส่งทีมนักวิจัยลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนโครงการวิจัย “การจัดการเศษเหลือทางการเกษตรผ่านกระบวนการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน” เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของชุมชน งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งตอบโจทย์ 3 มิติสำคัญ คือ การศึกษาสภาพปัญหาจริงในปัจจุบัน, วิเคราะห์เส้นทางระบบขนส่งและจัดเก็บ (โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน) ของเศษเหลือทางการเกษตรและการเสนอแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษเหลือทางการเกษตรโดยทีมนักวิจัยได้ใช้วิธีลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์เจาะลึกผู้นำชุมชน เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบแนวทางที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการวางรากฐาน “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ที่จะช่วยสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรพร้อมขับเคลื่อนตำบลบางใบไม้สู่การเป็นต้นแบบชุมชนสีเขียวที่เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง SDGs ต่อไป
สถาบันวิจัย-มรส.การเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกสู่ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะพลาสติกด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส
เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.วัชรี รวยรื่น ได้จัดกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกสู่ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะพลาสติกด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิสภายใต้โครงการการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในชุมชนคลองน้อย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายฉัตรไชยอินทร์เมือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองน้อยเป็นประธานเปิดการอบรม และมีวิทยากรประกอบด้วย ดร.เนตรนภา เรืองภานุพันธ์ (อาจารย์สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ผศ.ดร.ชัยนุสนธ์ เกษตรพงศ์ศาล (สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน) ดร.รัชฎาพร ไทยเกิด (สาขาวิชาพืชศาสตร์) และอาจารย์คมกริษณ์ ศรีพันธ์ (เทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม) ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติในชุมชนและเจ้าหน้าที่ของอบต.คลองน้อยเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน โดยในกิจกรรมได้มีการอธิบายความรู้เกี่ยวกับพลาสติก การคัดเลือกและการหลอมพลาสติกพร้อมมีการสาธิตการใช้เครื่องมือในการหลอมพลาสติก เพื่อผลิตไม้แขวนเสื้อ และพวงกุญแจจากฝาขวดพลาสติก หลักการและเทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ตัวอย่างผลผลิตน้ำมันน้ำมันด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เห็นถึงประโยชน์และตระหนักเห็นถึงความสำคัญของขยะพลาสติกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์หมุนเวียนได้ มีแนวทางในการจัดการขยะพลาสติกตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติกไม่ว่าจะเป็นปัญหามลพิษทางดิน น้ำ และมลพิษทางอากาศในชุมชน และช่วยเพิ่มมูลค่าจากขยะพลาสติกเหล่านี้ได้ นอกจากนี้องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้อยก็ได้เล็งเห็นแนวทางการจัดการขยะที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาขยะในชุมชน และนำไปปรับใช้ในแผนพัฒนาการจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีไทยเนื่องในเทศกาล สงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569
SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก (Peace, justice and strong institutions) และ SDG 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good health and well-being) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีไทยเนื่องในเทศกาล สงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีไทยเนื่องในเทศกาล สงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมนำคณะผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ บริเวณศาลา หลวงพ่อพระพุทธโสธร ภายในมหาวิทยาลัย ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้นำคณะผู้บริหาร […]
เปลี่ยน ‘ใยมะพร้าวเหลือทิ้ง’ สู่ ‘ถ่านชีวภาพ’ นวัตกรรมรักษ์โลกหนุนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืนการแปรรูปเส้นใยมะพร้าวเหลือทิ้งเป็นถ่านชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรทางเลือกใหม่ในการจัดการของเสียและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
จากปัญหาเศษเส้นใยมะพร้าวเหลือทิ้งจำนวนมากในพื้นที่ ต.บางใบไม้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำโดย ผศ.วิโรจน์ เชาว์วิเศษ จึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “การแปรรูปเส้นใยมะพร้าวเหลือทิ้งเป็นถ่านชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร” ณ หมู่ที่ 5 ตำบลบางใบไม้ ซึ่งการดำเนินงานในช่วงรอบ 6 เดือนแรก ทีมวิจัยได้นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเผาสมัยใหม่ และการจัดการพลังงาน เข้าไปบูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน เริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจปริมาณวัตถุดิบ ตลอดจนทดลองแปรรูปในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดของถ่านชีวภาพ (Biochar) เปลี่ยนจาก”ของเสียที่ไม่มีใครต้องการ” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง โดยโครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้แปรรูปขุยมะพร้าว และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโมเดลขยะเหลือทิ้งเป็นศูนย์ (Zero Waste) ด้วยการนำถ่านชีวภาพไปทดลองใช้เป็นวัสดุปลูกและปรับปรุงดิน ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ดูดซับกลิ่นเพื่อสร้างรายได้เสริม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความสุขมวลรวมให้กับพี่น้องเกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง