มรส. รับการติดตามผลการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับเพชร ประจำปี 2569 มุ่งสู่การเป็น “ต้นแบบระดับเพชร” พร้อมขับเคลื่อนเครือข่ายสร้างสังคมปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

มรส. รับการติดตามผลการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับเพชร ประจำปี 2569 มุ่งสู่การเป็น “ต้นแบบระดับเพชร” พร้อมขับเคลื่อนเครือข่ายสร้างสังคมปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้ อาจารย์ ดร.สมปราช์ญ วุฒิจันทร์ รองอธิการบดี เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยให้การต้อนรับคณะกรรมการติดตามผลการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับเพชร ประจำปี 2569 ณ ชมรม TO BE NUMBER ONE มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมสู่การก้าวเป็น “ต้นแบบระดับเพชร” ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของการพัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นและเป็นแบบอย่างแก่หน่วยงานทั่วประเทศ

ในการนำเสนอผลการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้ดำเนินงานเพียงในฐานะสถานศึกษาที่จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าหมายที่จะเป็น “ตักศิลาแห่งการเรียนรู้ TO BE NUMBER ONE” เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรมการดำเนินงาน และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เครือข่าย TO BE NUMBER ONE จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับจังหวัด TO BE NUMBER ONE สุราษฎร์ธานี และอำเภอ TO BE NUMBER ONE เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมกันพัฒนางานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสามารถยกระดับสู่ “ระดับยอดเพชร ปีที่ 1” และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับการยกระดับเป็น “ต้นแบบระดับทอง” อันเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่

อีกหนึ่งจุดเด่นของการดำเนินงาน คือการนำอัตลักษณ์ “วิศวกรสังคม” ของมหาวิทยาลัยมาบูรณาการกับกิจกรรม TO BE NUMBER ONE โดยส่งเสริมให้นักศึกษานำองค์ความรู้ลงสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการบริการวิชาการ การพัฒนาชุมชน และการจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ในชุมชนบึงขุนทะเลและชุมชนหนองบัว เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และมีภูมิคุ้มกันทางสังคม ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและได้รับการยอมรับจากชุมชน

การติดตามผลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ขับเคลื่อนงาน TO BE NUMBER ONE อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาเยาวชน การสร้างเครือข่าย และการขยายผลสู่ชุมชน โดยยึดมั่นในแนวคิดที่ว่า “การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด คือการสร้างโอกาส สร้างคุณค่า และสร้างพื้นที่ดี ๆ ให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง” พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ต้นแบบระดับเพชร” และเป็นต้นแบบการพัฒนาเครือข่าย TO BE NUMBER ONE ของประเทศต่อไป