
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ จัดค่ายล่องใต้ตามรอยศรีวิชัย พานักศึกษาครูสังคมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไชยาผ่านเครื่องมือวิศวกรสังคม
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดโครงการค่ายล่องใต้ตามรอยอาณาจักรศรีวิชัย สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูสังคมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โครงการนี้พานักศึกษาออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยฯ สู่อำเภอไชยา เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์อาณาจักรศรีวิชัยและประวัติศาสตร์ไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในพื้นที่จริง โดยจุดแรกคือวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ซึ่งนักศึกษาได้วิเคราะห์ร่องรอยการเข้ามาของพระพุทธศาสนาในดินแดนศรีวิชัย ศึกษาศิลปะพระพุทธรูปหินทรายและพระพุทธรูป 108 องค์บริเวณระเบียงคด พร้อมเรียนรู้เส้นทางการค้าที่ทำให้อาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 18
จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดเวียง วัดแก้ว วัดหลง เพื่อศึกษาตำแหน่งเมืองโบราณบนแนวสันทรายและคูเมือง ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวันและเข้าสู่ช่วงบ่ายซึ่งมุ่งเน้นประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่วัดเหนือ (วัดโพธิ์ธาราม) และตลาดพุมเรียง โดยได้ศึกษาทั้งศิลปกรรมในพระอุโบสถและวิถีชีวิตชาวพุมเรียงด้านการทอผ้าไหมและการทำประมงพื้นบ้าน ปิดท้ายวันด้วยการเรียนรู้ธรรมะตามแนวคิดท่านพุทธทาสภิกขุ ณ สวนโมกข์
จุดเด่นของโครงการคือการให้นักศึกษาได้ทดลองประยุกต์ใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมในการเก็บข้อมูลภาคสนาม วิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากท้องถิ่นลงในรายวิชาประวัติศาสตร์ไทยและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในสังคมไทย โดยบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อจัดเก็บเป็นผลงานของสาขาวิชา ภายใต้การถ่ายทอดความรู้จากปราชญ์ท้องถิ่นและคุณครูในพื้นที่ ได้แก่ นายจักรพนธ์ ช่วยยิ้ม นายญาณวรุตน์ เขียนสุวรรณ จากโรงเรียนวัดไตรรัตนกร นางสาวมัทนา ทองสุก จากโรงเรียนไชยาวิทยา และนางสาวศิริพร อุณภิรมย์ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา
โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่หลุดจากกรอบตำรา สู่การสัมผัสพื้นที่จริงและฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG4 ที่ส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยการบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นเข้ากับการผลิตครูสังคมศึกษาเช่นนี้ จะช่วยสร้างครูที่เข้าใจรากเหง้าทางวัฒนธรรมและสามารถถ่ายทอดความรู้ที่มีชีวิตให้แก่ผู้เรียนได้อย่างยั่งยืนต่อไป




