
วจก. ยกระดับงานวิจัยสู่สากล จัดเวิร์กชอปเข้มซอฟต์แวร์สถิติขั้นสูง JAMOVI & MPLUS ขับเคลื่อนศักยภาพนักวิจัยรับเทรนด์โลก
หน่วยวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรภ.สุราษฎร์ธานี) เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพงานวิจัยของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรม JAMOVI และ MPLUS สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) เบื้องต้น” ภายใต้โครงการหลักการยกระดับคุณภาพงานวิจัยและพัฒนาศักยภาพนักวิจัย ณ ห้อง ED607 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวคิดการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) และเชิงยืนยัน (CFA) อย่างเป็นระบบ ตลอดจนยกระดับงานวิจัยเชิงปริมาณของสถาบันอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานสากล
การจัดอบรมในครั้งนี้แบ่งการเสริมสร้างทักษะออกเป็น 2 วัน โดยในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 (เวลา 13.00–16.30 น.) มุ่งเน้นการปูพื้นฐานแนวคิดสถิติเชิงลึก และในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 (เวลา 08.30–16.30 น.) เป็นการฝึกปฏิบัติจริงแบบจับมือทำ (Hands-on) ทุกขั้นตอนด้วยโปรแกรม JAMOVI และ MPLUS ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ทางสถิติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์โมเดลเชิงสถิติที่ซับซ้อน เช่น การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับหนึ่งและอันดับสองได้อย่างแม่นยำ พร้อมเรียนรู้เทคนิคการแปลผลและการเขียนรายงานวิจัยรูปแบบพร้อมใช้งาน (Ready-to-use) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำไปจัดทำบทความวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติและนานาชาติ โดยมีคณาจารย์และบุคลากรจากหลากหลายสาขาวิชาเข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 28 คน อาทิ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์, บริหารธุรกิจ, ธุรกิจอาหาร และการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชณิยา เอกเพชร ผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยว่า “การก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยที่มีคุณภาพในระดับสากล จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและทักษะทางสถิติที่ทันสมัย โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อทลายขีดจำกัดเดิม ๆ ของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยมุ่งหวังให้คณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสามารถประยุกต์ใช้โปรแกรม JAMOVI และ MPLUS ในการสร้างสรรค์โมเดลสถิติที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งผลลัพธ์ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ แต่อีกมิติหนึ่งคือการสร้างองค์ความรู้ที่จับต้องได้เพื่อนำไปขับเคลื่อนและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน”
สำหรับผลการดำเนินงานหลังสิ้นสุดโครงการประสบความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายตัวชี้วัด 100% ในเชิงคุณภาพ โดยผู้เข้าร่วมอบรมมีความพึงพอใจ ทักษะ และความเข้าใจในระดับมาก สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานวิจัยจริงและพัฒนาผลงานวิชาการให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับคุณภาพการศึกษา และจุดเน้นหลักด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัย พร้อมขับเคลื่อนผลลัพธ์ OKR ปี 2569 (ตัวชี้วัด KR3) ในการเพิ่มร้อยละของผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติให้สูงขึ้นร้อยละ 30 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยงบประมาณแผ่นดินที่ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ารวมทั้งสิ้น 11,230 บาท











