“เวทีเสียงพลเมืองต่อข้อเสนอพรรคการเมืองเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของพรรคการเมือง

“เวทีเสียงพลเมืองต่อข้อเสนอพรรคการเมืองเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของพรรคการเมือง

กิจกรรม “เวทีเสียงพลเมืองต่อข้อเสนอพรรคการเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี”

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมกับศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม “เวทีเสียงพลเมืองต่อข้อเสนอพรรคการเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี” เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของพรรคการเมือง และร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการประชาธิปไตยในระดับพื้นที่

พิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มอบหมายให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจวรรณ ทิพย์ประชาบาล ผู้อำนวยการศูนย์วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร เป็นประธานในพิธีเปิดเวที โดยมีตัวแทนภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความตื่นตัวด้านการเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมของสังคม

การจัดเวทีดังกล่าวเป็นความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาการเมืองระหว่างคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในฐานะสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมความเป็นพลเมืองและการเมืองการปกครอง โดยมุ่งเน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องสิทธิ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์

โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคพลเมืองได้วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นต่อแนวนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ตลอดจนรวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสื่อสารต่อผู้กำหนดนโยบาย อันเป็นการเสริมสร้างกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองที่เปิดกว้าง โปร่งใส และมีส่วนร่วม

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง (Peace, Justice and Strong Institutions) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การพัฒนาสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และการขับเคลื่อนสังคมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและประเทศต่อไป