สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรส. จัดโครงการ “การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในงานพัฒนาชุมชน” ลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรส. จัดโครงการ “การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในงานพัฒนาชุมชน” ลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน จัดโครงการ “การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในงานพัฒนาชุมชน” เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ อำเภอบ้านนาสาร และอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อบูรณาการการเรียนรู้ภาคสนามให้นักศึกษาได้ศึกษากระบวนการจัดการทรัพยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาชุมชนต้นแบบ ผ่านการเรียนรู้จากพื้นที่จริงและการมีส่วนร่วมกับชุมชน อันเป็นการเสริมสร้างสมรรถนะด้านวิชาชีพควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

กิจกรรมภาคสนามในวันที่สองเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เริ่มจาก ไร่เอญ่าเบอรี่ อำเภอบ้านนาสาร ซึ่งเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน จากนั้นศึกษาการน้อมนำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการพึ่งพาตนเอง ณ สวนเมืองแมน ก่อนเดินทางสู่ กลุ่มจักสานกระจูดท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน เพื่อเรียนรู้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ตั้งแต่การสืบทอดภูมิปัญญา การผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

ตลอดการดำเนินกิจกรรม นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการ Learning by Doing ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับปราชญ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการในชุมชน ทำให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่น ศักยภาพของชุมชน และบทบาทของการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านการพัฒนาชุมชนในอนาคต

บรรยากาศการเรียนรู้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและการมีส่วนร่วมของนักศึกษา ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชน ผ่านการเรียนรู้จากผู้คนและวิถีชีวิตจริง สะท้อนให้เห็นว่า “การพัฒนาชุมชน” มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน หากแต่เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่ เข้าใจรากเหง้าของท้องถิ่น และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง

การจัดโครงการในครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality education) โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับบริบทจริงของชุมชน และสอดคล้องกับ SDG 11 การพัฒนาเมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน (Sustainable cities and communities) ผ่านการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การสร้างคุณค่าให้ทุนทางวัฒนธรรม และการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน