
มรภ.สุราษฎร์ธานี พลิกฟื้นวัสดุเหลือทิ้งสู่ “ปุ๋ยอินทรีย์-เซรามิก” ยกระดับชุมชนบ้านนาสาร ขับเคลื่อนโมเดล BCG สู่ความยั่งยืน

ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานรากและจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “อบรมเชิงปฏิบัติการเผยแพร่ผลงานผลิตภัณฑ์การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งจากอำเภอบ้านนาสารและตำบลขุนทะเล เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์และเซรามิกคุณภาพสูง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้ ดร.นรานันท์ ขำมณี, อาจารย์ณัฐปภัสร์ บุญดำ และ ผศ.อยับ ซาดัดคาน ทีมอาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายสุวิทย์ คงปาน ประธานกลุ่มเงาะแปลงใหญ่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรจากอำเภอบ้านนาสาร และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 40 คน การอบรมเชิงปฏิบัติการและการจัดนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งมาทำเป็นถ่านชีวภาพ บูรณาการสู่การผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกที่พร้อมจำหน่าย รวมถึงการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโมเดลวิศวกรสังคม ระหว่างวันที่ 25 และ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ ศาลาต้นไทร ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม แก้ไขปัญหาขยะเหลือทิ้ง ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตปุ๋ยและเซรามิก ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อสร้างเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมที่มั่นคงในอนาคต
กิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 วันอย่างเข้มข้น โดยวันแรก (25 พ.ค.) เน้นการลงพื้นที่ภาคสนามแบ่งฐานเรียนรู้เพื่อลงมือปฏิบัติจริงในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการตกแต่งเซรามิก ส่วนวันที่สอง (28 พ.ค.) เป็นการบรรยายเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์จังหวัด การประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG การประเมินดัชนีความสุขมวลรวมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และการระดมสมองพัฒนาพื้นที่ด้วยโมเดลวิศวกรสังคม
โครงการนี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อการดำเนินงานของสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม ใน 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่:
SDG 8: Decent Work and Economic Growth (งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) – ผ่านการสร้างทักษะอาชีพใหม่และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
SDG 12: Responsible Consumption and Production (การผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ) – มุ่งเน้นการหมุนเวียนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด ลดขยะในชุมชน
SDG 15: Life on Land (ระบบนิเวศบนบก) – การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อฟื้นฟูสภาพดินและอนุรักษ์ฐานทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส. มุ่งหวังว่าการถ่ายทอดนวัตกรรมและองค์ความรู้ในครั้งนี้ จะช่วยเปลี่ยน “วัสดุไร้ค่า” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ชุมชน” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสร้างรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับชาวสุราษฎร์ธานีสืบไป
