ศูนย์วิทย์ มรส. ชูนวัตกรรมแปรรูป “กล้วยน้ำว้าดิบฟรีซดราย” สู่ Energy Bar ยกระดับอาหารต้นแบบเพื่อชุมชน

ศูนย์วิทย์ มรส. ชูนวัตกรรมแปรรูป “กล้วยน้ำว้าดิบฟรีซดราย” สู่ Energy Bar ยกระดับอาหารต้นแบบเพื่อชุมชน

ศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้เดินหน้าจัด “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ” ขึ้นระหว่างวันที่ 10 ถึง 30 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการนวัตกรรมอาหาร โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่แปรรูปจากวัตถุดิบในท้องถิ่นอย่าง “กล้วยน้ำว้าดิบ” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยมุ่งเน้นการเปิดโอกาสอย่าง เท่าเทียม ให้แก่บุคลากร นักวิจัย และคนในชุมชนได้ร่วมกันพัฒนาและเข้าถึงองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารในสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐานสากล

ความตั้งใจหลักของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบและจัดเตรียมค่าคุณภาพต่าง ๆ เพื่อยื่นขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (อย.) พร้อมทั้งปรับปรุงสถานที่ผลิตของมหาวิทยาลัยให้มีมาตรฐานรองรับการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในผลงานวิจัยแล้ว ยังเป็นการตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDG ถึง 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ SDG 2 ขจัดความหิวโหย (Zero Hunger), SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ, SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน และ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน ทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนและหน่วยงานภายนอกสามารถใช้ประโยชน์จากศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ได้อย่างสูงสุด

กระบวนการพัฒนาเริ่มต้นจากการนำกล้วยน้ำว้าดิบสดมาทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน แล้วนำเข้าสู่กระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze dry) จนได้เป็น “กล้วยน้ำว้าดิบฟรีซดรายแบบผง” แท้ 100% จากนั้นจึงนำผงกล้วยน้ำว้าดิบคุณภาพสูงที่มีเส้นใยอาหารสูง (High Fiber) และให้พลังงานจากธรรมชาติมาแปรรูปต่อยอดเป็น “Energy Bar” หรือเอนเนอร์จีบาร์เพื่อสุขภาพที่แสนอร่อยและดีต่อร่างกาย การนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จริงเช่นนี้ ถือเป็นการส่งเสริมแนวคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ lifelong learning ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษา เรียนรู้ และนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้กับการสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน

“โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ” โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ มรส. ในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชุมชน การแปรรูปกล้วยน้ำว้าดิบให้กลายเป็นเอนเนอร์จีบาร์พรีเมียมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังช่วยสร้างมาตรฐานการผลิตอาหารในท้องถิ่นให้ก้าวไกลและเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน