คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สร้างจิตสำนึก “นักกฎหมายรุ่นใหม่” ห่างไกลยาเสพติด จัดโครงการ To Be Number One คณะนิติศาสตร์ กิจกรรมอบรมแกนนำเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านยาเสพติด

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ณ ขนอมซันไรซ์ บีช รีสอร์ท อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดโครงการ To Be Number One คณะนิติศาสตร์ กิจกรรมอบรมแกนนำเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านยาเสพติด เพื่อมุ่งเน้นสร้างผู้นำนักศึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญทยา บุญเชิด รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการ To Be Number One คณะนิติศาสตร์ โดยมีนายจักรภัทร ชนะภัย นายกสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว ซึ่งมุ่งหวังให้แกนนำนักศึกษานำทักษะที่ได้ไปขยายผลและสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญทยา บุญเชิด ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า “เยาวชนโดยเฉพาะนักศึกษานิติศาสตร์ ซึ่งในอนาคตจะเป็นบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม จำเป็นต้องมีรากฐานจิตสำนึกที่ดีและห่างไกลจากยาเสพติด โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เชิงทฤษฎี แต่เน้นการลงมือทำจริงเพื่อให้แกนนำนักศึกษาสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อเพื่อนนักศึกษาและสังคมต่อไป” การอบรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้นำนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ อาจารย์อชิรญาณ์ กลัดสวัสดิ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นนทชัย โมรา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติพิชญ์ โสภา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ นายสุชาติ ด้วงทองกุล และ นายณัชพล ภักดีคำ นักวิชาการศึกษา ที่ร่วมดูแลกระบวนการเรียนรู้ของเหล่านักศึกษาแกนนำ ซึ่งไฮไลท์สำคัญของการอบรม คือการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ ได้แก่ พันตำรวจโท ฐสธน ปานรอด รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ท่าฉาง และ ร้อยตำรวจเอก เอกวิทย์ สุขสงค์ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการศูนย์ ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค ๘ ร่วมบรรยายในหัวข้อ “สถานการณ์ยาเสพติดและผลกระทบทางกฎหมาย” และ “บทบาทผู้นำกับการป้องกันปัญหายาเสพติด” เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ทางกฎหมายไปปรับใช้ในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.สมปราชญ์ วุฒิจันทร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ร่วมเป็นเกียรติและสร้างขวัญ กำลังใจแก่เหล่าผู้นำนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ทั้งความรู้และคุณธรรม

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

เดินหน้าวันที่ 2 สร้างจิตสำนึก “นักกฎหมายรุ่นใหม่” ห่างไกลยาเสพติด จัดโครงการ To Be Number One คณะนิติศาสตร์ กิจกรรมอบรมแกนนำเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในโครงการ To Be Number One คณะนิติศาสตร์ กิจกรรมอบรมแกนนำเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านยาเสพติด มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันทางสังคมให้กับนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักกฎหมายคุณภาพที่ห่างไกลยาเสพติด กิจกรรมในวันนี้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสาระสำคัญในหัวข้อ “การออกแบบกิจกรรมรณรงค์และแผนงานการป้องกันยาเสพติด” โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ขวัญทยา บุญเชิด รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา อาจารย์อชิรญาณ์ กลัดสวัสดิ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นนทชัย โมรา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติพิชญ์ โสภา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากร คอยให้คำแนะนำและกระตุ้นให้นักศึกษา ได้ระดมความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนงานเพื่อสังคม ในช่วงบ่าย บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในการ “นำเสนอแผนงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รู้เท่าทันยาเสพติด” ผ่านกิจกรรมกลุ่ม โดยแกนนำนักศึกษาและสโมสรนักศึกษาได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาและป้องกันภัยคุกคาม จากยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ช่วงท้ายของโครงการมีการอภิปราย ซักถาม และสรุปบทเรียนร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าแกนนำนักศึกษาทุกคนได้รับองค์ความรู้ที่ครบถ้วน สามารถนำไปขยายผลต่อในรั้วมหาวิทยาลัยและชุมชนได้ โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในการผลิตบัณฑิต ที่ไม่เพียงแต่มีความแม่นยำในตัวบทกฎหมาย แต่ยังมีจิตสาธารณะและเป็นแบบอย่างที่ดีในการต่อต้านยาเสพติด เป็น “คนเก่งและคนดี” ของสังคมต่อไป