
รายงานการติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริและบทบาทวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
รายงานการติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริและบทบาทวิศวกรสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทวัส ขุนหนู ได้ลงพื้นที่ ณ ที่ทำการกำนันตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลติดตามความก้าวหน้า รวมถึงข้อเท็จจริง ปัญหา และอุปสรรคจากการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในกิจกรรมฝายบ้านตาวรรณ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินผลการดำเนินงานเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนภาพการทำงานในมิติของ “วิศวกรสังคม” ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการใช้ข้อมูลจริงจากพื้นที่เพื่อการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
การดำเนินงานของฝายบ้านตาวรรณ์มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะในมิติของการจัดการทรัพยากรน้ำตามเป้าหมายที่ 6 ซึ่งเน้นการสร้างหลักประกันด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและการเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง การที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการฝายเพื่อให้มีน้ำใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอตลอดปี เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารตามเป้าหมายที่ 2 และส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในภาคการเกษตรของตำบลคลองชะอุ่น นอกจากนี้ การลงพื้นที่ติดตามข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญยังสะท้อนถึงการบรรลุเป้าหมายที่ 17 ในเรื่องการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนา เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้อาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพภูมิศาสตร์หรือการจัดการทรัพยากรส่วนรวม
การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ได้เผยให้เห็นถึงความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการนำกระบวนการคิดแบบวิศวกรสังคมมาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างผู้รับประโยชน์และผู้ขับเคลื่อนโครงการ เพื่อให้เกิดกระบวนการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงและหลักเหตุผล ผลการดำเนินงานจากกิจกรรมนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาโครงการอื่นๆ ในอนาคต ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมายที่ 13 และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การติดตามความก้าวหน้าโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทวัส ขุนหนู ในครั้งนี้จึงถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผ่านงานวิจัยและงานบริการวิชาการที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้จะเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความผาสุกให้กับประชาชนในตำบลคลองชะอุ่นและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างยั่งยืนต่อไป








