มรส. จุดพลังเครือข่ายศรีวิชัย! ผนึกนักวิชาการ–ชุมชน ขับเคลื่อน “มรดกศรีวิชัย” สู่มรดกโลกอย่างยั่งยืน

มรส. จุดพลังเครือข่ายศรีวิชัย! ผนึกนักวิชาการ–ชุมชน ขับเคลื่อน “มรดกศรีวิชัย” สู่มรดกโลกอย่างยั่งยืน

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมศึกษาศักยภาพและคุณค่ามรดกวัฒนธรรมอารยธรรมศรีวิชัย นำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้ที่มีมาตรฐาน การอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ และการพัฒนาพื้นที่มรดกศรีวิชัยสู่ระดับสากล

ด้วยเหตุนี้ สำนักศิลปะและวัฒนธรรมจึงจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “มรดกศรีวิชัยก้าวไกลสู่มรดกโลก” เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมพุทธทาส เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านอารยธรรมศรีวิชัย พร้อมยกระดับแหล่งมรดกวัฒนธรรมภาคใต้สู่มาตรฐานสากล สนองพันธกิจมหาวิทยาลัยในการพัฒนาท้องถิ่นด้วยองค์ความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

ในการนี้ อาจารย์ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ และได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเน้นบทบาทมหาวิทยาลัยในการบูรณาการองค์ความรู้เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดทุนวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

กิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และตีความข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาเกี่ยวกับอารยธรรมศรีวิชัย จัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และเผยแพร่ ตลอดจนสร้างการรับรู้คุณค่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นแก่เยาวชน ชุมชน และสาธารณชน

ภาคเช้าเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ “แนวคิด หลักเกณฑ์ และความสำคัญของการขึ้นทะเบียนมรดกโลก” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ ถ่ายทอดหลักเกณฑ์และกระบวนการผลักดันแหล่งมรดกสู่การขึ้นทะเบียนของยูเนสโก รวมถึงแนวคิดคุณค่าโดดเด่นสากล (OUV)

ช่วงบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “แนวทางการศึกษาศักยภาพแหล่งมรดกวัฒนธรรมตามแนวทางมรดกโลก” เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงวิชาการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) เมืองโบราณเวียงสระและเมืองบริวาร 2) วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารและเมืองบริวาร และ 3) โบราณสถานเขาพระนารายณ์ (เขาศรีวิชัย) การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านมรดกวัฒนธรรมสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน