ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส. โชว์ศักยภาพ 4 ผลงานเด่นบนเวทีประกวด Best Practice and Innovation for Sustainability Contest 2026 ขับเคลื่อน SDGs สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส. โชว์ศักยภาพ 4 ผลงานเด่นบนเวทีประกวด Best Practice and Innovation for Sustainability Contest 2026 ขับเคลื่อน SDGs สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำโดย นายอรุณ หนูขาว หัวหน้าสำนักงานศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส. พร้อมด้วยบุคลากรของศูนย์ฯ เข้าร่วมการประกวด “Best Practice and Innovation for Sustainability Contest 2026” เพื่อถ่ายทอดผลสำเร็จของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่บูรณาการองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำเสนอผลงานต้นแบบ (Best Practice) ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

การบริหารจัดการและกลไกความร่วมมือขับเคลื่อนงาน อพ.สธ. (เชื่อมโยง SDG 17: Partnerships for the Goals) เพราะการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้สำเร็จและยั่งยืน จำเป็นต้องมีกลไกกลางที่มีประสิทธิภาพคอยเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ศูนย์ประสานงาน อพ.สร.-มรส. ทำหน้าที่เป็น “แกนกลางร้อยประสาน” แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม พัฒนาบุคลากรและวิทยากรผู้ช่วยมาตรฐาน อพ.สธ. อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเครื่องมือการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) มาใช้ ยกระดับเครือข่ายความร่วมมือที่มีสถานศึกษากว่า 200 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กว่า 100 แห่ง ร่วมขับเคลื่อน จนสามารถผลักดันให้เกิดต้นแบบนวัตกรรมชุมชนและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรในท้องถิ่นร่วมกันอย่างชัดเจน ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน: ศูนย์ประสานงาน อพ.สร.-มรส. ได้กำหนดแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่แปด (ตุลาคม พ.ศ. 2569 – กันยายน พ.ศ. 2574) โดยปักหมุดเป้าหมายในการขยายผลให้มีสมาชิกสถานศึกษาและ อปท. ครบ 100% ภายในปี พ.ศ. 2570 เพื่อมุ่งสู่การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ การเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อมภาคใต้ที่ยั่งยืนสืบไป
สำหรับผลการแข่งขันจะมีการประกาศในกิจกรรม open house 2570 ระหว่าง วันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 ต่อไป

การยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนเกาะพะลวย (เชื่อมโยง SDG 1: No Poverty) * ทำไมต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาชุมชนเกาะพะลวยที่ยังขาดประสบการณ์ในการจัดการงานท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ท้องถิ่นยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง

โครงการเสริมสร้างพลังสุขภาพชุมชนด่านสวีและการพัฒนาสุขภาวะชุมชน จ.ชุมพร (เชื่อมโยง SDG 3: Good Health and Well-being) มชนเผชิญความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน จึงต้องการการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะที่ดี จากการทำงานต่อเนื่องกว่า 8 ปี (พ.ศ. 2561-2569) ในปี พ.ศ. 2568 ศูนย์ประสานงานฯ ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเด่นอย่าง “EMS Walk Rally” เสริมทักษะช่วยชีวิตฉุกเฉินพร้อมสร้างสรรค์ 2 นวัตกรรมชุมชน คือ “แพช่วยชีวิต” และ “ถังปลอดภัย” ร่วมกับการใช้คู่มือปรับพฤติกรรมสุขภาพ จนได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สสส. รวม 200,000 บาท (ปี 2568 จำนวน 80,000 บาท และต่อเนื่องปี 2569 อีก 120,000 บาท) เพื่อสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองเรื่องสุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยื

โครงการสะเต็มศึกษา (STEM Education) สู่การพัฒนาผู้เรียนเป็นนวัตกรเชิงพื้นที่ (เชื่อมโยง SDG 4: Quality Education) ครูและผู้เรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สังกัด กก.ตชด.41 ต้องการการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการคิดวิเคราะห์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เปลี่ยนบทบาทครูสู่การเป็น “โค้ช” พัฒนาการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning และ Learning by Doing ให้ผู้เรียนนำผลผลิตในโรงเรียน เช่น มะนาว เสาวรส มะม่วง มาสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร เช่น สเลอปี้น้ำผลไม้พระราชดำริ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาปีการศึกษา 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคะแนนสอบ O-NET วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศถึง +2.92 คะแนน พลิกกลับจากที่เคยติดลบในปีก่อนหน้า