
อพ.สธ-มรส.ร่วมกับศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการชุมชนภาคใต้ตอนบน สร้างธุรกิจจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่ชุมชนยั่งยืน
13 พฤษภาคม 2568 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ-มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (อพ.สธ.-มรส.) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็น Start Up มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนภาคใต้ตอนบน ด้วยองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการตลาดดิจิทัล ควบคู่กับการต่อยอดอัตลักษณ์และทรัพยากรท้องถิ่นสู่โอกาสทางธุรกิจ เพื่อเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และเปิดทางสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว
ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ-มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีร่วมกับศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ(UBI)ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็น Start Up โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะและขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการที่ครอบคลุมแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการตลาดดิจิทัล ตลอดจนการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะเชิงลึก เพื่อพัฒนาธุรกิจให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการมีผู้ประกอบการและตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมจำนวน 80 คน จาก 3 จังหวัดเป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และฐานทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สู่ตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคและขยายเครือข่ายทางธุรกิจ
ผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ประกอบด้วย การบ่มเพาะผู้ประกอบการเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง จำนวน 12 ราย การยกระดับการบริหารจัดการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่วิสาหกิจชุมชน 3 กลุ่ม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ พร้อมส่งเสริมการขยายช่องทางการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดแสดงสินค้า และการออกบูธเพื่อเจรจาธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการตลาดและต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่
การดำเนินงานดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ในมิติการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์และทรัพยากรท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อการต่อยอดธุรกิจช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาและทรัพยากรอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การเชื่อมโยงกับ SDG 11 จะมีน้ำหนักยิ่งขึ้นเมื่อมีข้อมูลแสดงผลต่อชุมชนในด้านรายได้ การจ้างงาน การรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน โครงการยังเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่ SDG 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาธุรกิจ เช่น การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า การลดของเสียจากกระบวนการผลิต การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และการพัฒนาแนวทางการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม แนวทางเหล่านี้เป็นประเด็นสำหรับการต่อยอด หากยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าได้ดำเนินการจริง จึงยังไม่ควรสรุปว่าโครงการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจึงมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสนับสนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและบริบททางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม พร้อมต่อยอดการพัฒนาธุรกิจที่คำนึงถึงมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


