
มรส. เชื่อมมหาวิทยาลัย–ชุมชน ร่วมสร้างองค์ความรู้มรดกสิ่งทอ ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต สู่ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
โครงการพัฒนามรดกสิ่งทอสุราษฎร์ธานีในยุคโลกาภิวัตน์เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านมรดกสิ่งทอเข้ากับการจัดการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึงแก่ผู้เรียนจากหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักศึกษา บุคลากร กลุ่มทอผ้า วิสาหกิจชุมชน และประชาชนในพื้นที่ โดยเปิดพื้นที่การเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมตามศักยภาพของตนเอง ผู้สูงอายุและครูภูมิปัญญาทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา กลุ่มวัยทำงานร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่เยาวชนและนักศึกษาเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและนำองค์ความรู้ไปพัฒนานวัตกรรมเพื่อชุมชน จึงเกิดการเรียนรู้ข้ามช่วงวัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ดั้งเดิมกับองค์ความรู้สมัยใหม่อย่างเป็นระบบ
จุดเด่นของโครงการคือการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบ “ร่วมสร้างองค์ความรู้” (Co-creation) ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของชุมชนจาก “ผู้รับการถ่ายทอดความรู้” มาเป็น “หุ้นส่วนทางวิชาการ” ของมหาวิทยาลัย โดยชุมชน ครูภูมิปัญญา คณาจารย์ นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันออกแบบกิจกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทดลอง พัฒนา และถอดบทเรียนจากการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่ผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างสมดุล มหาวิทยาลัยจึงทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ ลดช่องว่างในการเข้าถึงการศึกษา และสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนเป็นทั้งผู้เรียนและผู้สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ในการกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำผังลาย” ในวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมีนักศึกษา ชุมชน กลุ่มทอผ้า และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 30 คน ผลการจัดกิจกรรมก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการออกแบบผังลายผ้ายก การฟอกไหม และการย้อมไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ ซึ่งชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสู่การผลิตผ้าทอพื้นถิ่นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น จำนวน 2 ลาย ได้แก่ “ผ้ายกลายเกล็ดเต่า” และ “ผ้ายกลายราชวัตรดอกเล็ก” อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงานสะท้อนความสอดคล้องกับ SDG 4: การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality Education) โดยสนับสนุน เป้าประสงค์ย่อย 4.3 ผ่านการขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ผู้เรียนทุกภาคส่วน เป้าประสงค์ย่อย 4.4 ผ่านการพัฒนาสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และ เป้าประสงค์ย่อย 4.7 ผ่านการใช้มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อันนำไปสู่การสร้างระบบการเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยและชุมชนร่วมกันผลิต ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างต่อเนื่อง
