
“ดนตรีสร้างสรรค์” ยกระดับอัตลักษณ์มะพร้าว บางใบไม้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ใครคือผู้ดำเนินการ ผศ.ฉลองชัย ทัศนโกวิท และ อาจารย์มาโนชญ์ ยกเชื้อ จากสาขาวิชาดนตรีสากล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมกับชุมชนตำบลบางใบไม้ (ชุมชนคลองร้อยสาย) อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทำอะไร
สร้างสรรค์บทเพลง “เสียงแห่งมะพร้าว” ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อแปลงอัตลักษณ์มะพร้าวและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นสื่อดิจิทัล (มิวสิควิดีโอ) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ที่ไหน
ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยงบประมาณ 500,000 บาท
เมื่อไหร่
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569
ทำไม
เพื่อรักษา อนุรักษ์ และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น มะพร้าวซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน ให้ยังคงมีชีวิตและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ผ่านสื่อศิลปะดนตรี
อย่างไร
1) ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้าน (เช่น ความรู้เรื่อง “กัวซา” จากลุงสงค์)
2) ศึกษาผลิตภัณฑ์มะพร้าวและวิถีชีวิตแบบ “สามน้ำ” (น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย)
3) ประพันธ์บทเพลงจากข้อมูลเหล่านี้ด้วยศาสตร์ดนตรี
4) ถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยการมีส่วนร่วมของชาวบ้านทั้งชุมชน
5) นำสื่อไปใช้ประกอบการตลาด การท่องเที่ยว และศูนย์การเรียนรู้
“ดนตรีสร้างสรรค์” ยกระดับอัตลักษณ์มะพร้าว บางใบไม้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน คือการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกหลายมิติให้กับชุมชนตำบลบางใบไม้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคมในมิติเศรษฐกิจการศึกษาและประพันธ์บทเพลงจากภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้ำ มันมะพร้าวสกัดเย็นเห็นถึงมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของตน ด้วยการบอกเล่าเรื่องราว ผ่านสื่อดนตรี ทำให้ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวไม่ถูกมองว่าเป็นเพียงสินค้าโอทอปแต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์วัฒนธรรม ชุมชนพร้อมที่จะเพิ่มรายได้จากการขยายการท่องเที่ยว และเกิดโอกาสในการสร้างอาชีพใหม่ ผู้ประกอบการใหม่ ตลอดจนวิสาหกิจชุมชนใหม่ ในมิติวัฒนธรรม บทเพลง “เสียงแห่งมะพร้าว” นั้นสะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ลึกซึ้ง เช่น ความรู้เรื่องการนวดบำบัดด้วยกะลามะพร้าว ตำนานความกล้าหาญของขุนประจันศึก เป็นต้น ซึ่งเคยมีความเสี่ยงที่จะสูญหายไปกับกาลเวลา
การนำมาประพันธ์เป็นบทเพลงและถ่ายเป็นมิวสิควิดีโอหมายความว่าภูมิปัญญาเหล่านี้ได้รับการบันทึกเป็นสำนักและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้นจึงช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในมิติสังคมและจิตวิทยาชุมชน เกิดการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของที่แน่นแฟ้นในหมู่ชาวบ้าน เนื่องจากกระบวนการดำเนินงานตั้งแต่การสำรวจข้อมูล ประพันธ์เพลง ไปจนถึงการถ่ายทำมิวสิควิดีโอล้วนมีส่วนร่วมของชาวบ้านทั้งสิ้น ปัจจุบันได้เกิดเครือข่ายร่วมพัฒนาระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจต่าง ๆ เพื่อนำผลผลิตจากโครงการไปประยุกต์ใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง บทเพลงถูกนำไปใช้ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว สื่อสัญลักษณ์ของชุมชน และศูนย์การเรียนรู้ ส่งผลให้คาดการณ์ได้ว่าในอนาคตชุมชนบางใบไม้จะกลายเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์โครงการนี้ยืนยันให้เห็นแล้วว่า ดนตรีและศิลปะไม่ได้เป็นเพียงผลงานทางวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาของสหประชาชาติ (SDGs)

